ข่าวบันเทิง, คนมองหนัง

อ่านมุมมองผู้กำกับ “Pop Aye”: นี่ไม่ใช่หนัง “ช้างดิสนีย์” และการก้าวข้าม “ความเป็นชาติ”

ภาพยนตร์เรื่อง “Pop Aye” ผลงานการกำกับฯ ของ “เคอร์สเทน ตัน” เป็นหนังร่วมสร้างระหว่าง “Giraffe Pictures” ของสิงคโปร์ ที่รับผิดชอบด้านการหาเงินทุน และ “185 Films Company” ของไทย ที่รับผิดชอบงานด้านการผลิต

หนังของผู้กำกับภาพยนตร์หญิงชาวสิงคโปร์ ที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวละครไทย ช้างไทย และมีท้องเรื่องเกิดขึ้นในประเทศไทย (นำแสดงโดย ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ และ เพ็ญพักตร์ ศิริกุล) เพิ่งถูกคัดเลือกเข้าฉายในสายการประกวดของเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์ 2017

จนถือเป็นหนังสิงคโปร์และหนังไทยเรื่องแรก ซึ่งได้เข้าประกวดในเทศกาลภาพยนตร์อินดี้ที่ใหญ่สุดของสหรัฐ

นักวิจารณ์ของซันแดนซ์พูดถึงภาพยนตร์อาเซียนเรื่องนี้ว่าเป็นบทกวีเปี่ยมมนุษยธรรม ที่เล่าถึงพลังของการกระทำอันเกิดจากความเมตตากรุณาแสนธรรมดา ในโลกซึ่งสูญเสียความไร้เดียงสาและสูญสิ้นโอกาสดีๆ ไปมากมาย โดยบทกวีดังกล่าวยังถูกคั่นจังหวะด้วยมุขตลกหน้าตายที่สะท้อนถึงความไร้สาระของชีวิต ซึ่งแสดงบทบาทออกมาได้อย่างถูกที่ถูกเวลา

 

นักวิจารณ์ยังระบุด้วยว่า ผู้กำกับฯ ที่เพิ่งมีผลงานหนังยาวเป็นเรื่องแรกอย่าง   เคอร์สเทน ตัน สามารถถักทอความโศกเศร้าและอารมณ์ขันในเรื่องราวเข้ากับการเดินทางของตัวละครนำได้อย่างประณีต ผ่านงานถ่ายภาพอันงดงามยากลบเลือน ที่ปรากฏขึ้นโดยต่อเนื่องในจอภาพยนตร์

เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2559 เว็บไซต์ http://sg.asia-city.com/ เพิ่งจะเผยแพร่บทสัมภาษณ์ เคอร์สเทน ตัน ที่เรียบเรียงและซักถามโดย “อดัม เคอร์”

ผู้กำกับฯ หญิงชาวสิงคโปร์ ที่เคยได้รับรางวัลจากการทำหนังสั้นมาแล้วหลายครั้ง จะพูดถึงหนังยาวเรื่องแรกของตนเอง ซึ่งเป็นภาพยนตร์ “โร้ดมูฟวี่” ที่ใช้ “ช้าง” แทน “รถ” ไว้ว่าอย่างไรบ้าง

ติดตามอ่านได้จากคำถาม-คำตอบบางส่วน ในบทสนทนาดังกล่าว

kirsten_0

“ช้าง” ในหนังเรื่องนี้ มีสถานะเป็นสัญลักษณ์เปรียบเทียบที่สื่อถึงอะไรอย่างอื่นหรือเปล่า?

ฉันตระหนักดีว่า “ช้าง” ในหนัง อาจถูกตีความในเชิงสัญลักษณ์ได้อย่างหลากหลาย แต่ในส่วนของตัวฉันเอง เมื่อต้องลงมากำกับช้างให้แสดงบทบาทในภาพยนตร์ ฉันกลับพยายามไม่ใส่ใจกับการตีความเชิงสัญลักษณ์ใดๆ มากนัก

หน้าที่สำคัญประการแรกของฉันในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์ก็คือ การต้องทำให้ช้างในหนังมีบุคลิกพฤติกรรมที่เป็นช้างจริงๆ และมีความน่าเชื่อถือ

ฉันต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือน ในการเดินทางไปศึกษาพฤติกรรมของช้างที่ประเทศไทย จนตัวเองสามารถทำความเข้าใจสัตว์ชนิดนี้ได้ดียิ่งขึ้น และสามารถถ่ายทอดพฤติกรรมของพวกมันออกมาได้อย่างสมจริงมากขึ้น

ฉันไม่ต้องการให้ช้างในหนังเรื่องนี้ กลายเป็น “ช้างดิสนีย์น่ารักๆ” ที่เป็นผลลัพธ์ของการลอกเลียนแบบอย่างเลื่อนลอยไร้ซึ่งความรู้ ถ้าฉันต้องการใช้ “ช้าง” เป็นเพียง “สัญลักษณ์” ในหนัง ฉันก็คงไม่ต้องทำงานหนักขนาดนี้ รวมทั้งไม่ต้องไปเข้มงวดกวดขันว่าบุคลิกลักษณะของเขาที่ถูกถ่ายทอดออกมาบนจอภาพยนตร์จะมีความสมจริงหรือไม่

ฉันเชื่อว่าถ้าตนเองในฐานะผู้กำกับฯ สามารถถ่ายทอดลักษณะพฤติกรรมของช้างออกมาได้อย่างสมจริงแล้ว หลังจากนั้น ก็จะเป็นเรื่องของผู้ชม ว่าพวกเขาจะตีความถึง “ช้างตัวนี้” อย่างไรในเชิงสัญลักษณ์

นี่อาจเป็นคำถามที่คุณต้องคอยตอบอยู่บ่อยครั้ง คุณคิดว่าตัวเองเป็นคนทำหนัง “ชาวสิงคโปร์” หรือไม่?

แน่นอน ฉันคิดเสมอว่าตัวเองเป็นคนทำหนัง “สิงคโปร์” และฉันก็รู้สึกภาคภูมิใจที่ผลงานหลายเรื่องของตนเอง มีสถานะเป็นตัวแทนของประเทศสิงคโปร์ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ

ทว่า ฉันก็ไม่ได้คิดจะจำกัดตนเองให้ต้องทำหนังที่เล่าแต่เรื่องราวของคนสิงคโปร์ เพราะฉันรู้สึกว่าบทบาทของศิลปิน ควรจะถูกขยับขยายให้กว้างขวางเกินกว่าขอบเขตของความเป็นชาติ

ยิ่งกว่านั้น การไปกำหนดตั้งเป้าว่าการทำงานศิลปะหรือกระบวนการสร้างภาพยนตร์ คืออะไรบางอย่างที่ต้องถูกจำกัดไว้ด้วยขอบเขตของความเป็นชาติ ก็ควรจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นให้น้อยที่สุด

หรืออาจพูดให้ตรงขึ้นได้ว่า ฉันให้ความสำคัญกับความเป็นมนุษย์ มากกว่าพรมแดนที่ถูกมนุษย์สร้างขึ้นมา

ติดตามอ่านเวอร์ชั่นละเอียดได้ในนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ 13-19 มกราคม 2560 หรือในเว็บไซต์ www.matichonweekly.com

cov1900

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s